วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2552

เรื่องน่ารู้...เกี่ยวกับช็อกโกแลต

ช็อกโกแลต นอกจากจะเป็นขนมรสหอมอร่อยหวานมันแล้ว ยังเป็นสื่อสากล ทั้งทางยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น รวมทั้งเมืองไทยจะมอบให้กันแทนความรู้สึกดีๆ เช่น แทน คำขอบคุณ น้ำใจไมตรี มิตรภาพและความรัก ช็อกโกแลตที่เรากินกันทุกวันนี้ มีถิ่นกำเนิดมาจากแห่งเดียวกัน ซึ่งชาวยุโรป ได้คิดค้นพัฒนาปรุงแต่งรสชาตินับ ครึ่งศตวรรษมาแล้ว

ชาวสเปนเป็นชาติแรกที่ค้นพบรสชาติอันวิเศษของช็อคโก แลต โดยการเติมน้ำ น้ำตาลอ้อยลงในโกโก้แล้วนำไปต้มจนเดือด ทั้งยังได้คิดค้นสูตรการปรุงใหม่ๆ โดยเน้นหนักในการเติมส่วนผสมที่เป็นเครื่องเทศ อย่างอบเชย กานพลู ลูกผักชี และเพิ่มความหอมมันด้วยเมล็ดอัลมอนด์ จากนั้นอีกเกือบหนึ่งศตวรรษจึงแพร่หลายเข้าไปสู่ประเทศอื่นๆ ในยุโรป



ในช่วงศตวรรษที่ 18 นักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดน ลินนีอุส ผู้ตั้งชื่อและจัดระเบียบ พีชพันธุ์ต่างๆ ในโลก ได้ตั้งชื่อโกโก้ (ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตช็อคโกแลต) ว่า "เทโอโบรมา คะคาโอ" (Theobroma cacao) คำว่า เทโอโบรมานั้น เป็นภาษากรีก แปลว่า "อาหารแห่งเทพ" นับเป็นชื่อที่เหมาะสมกับรสชาติความอร่อยของช็อคโกแลตนี้แล้ว


ช็อคโกแลตแบ่งตามส่วนประกอบได้ 3 ประเภทคือ ช็อคโกแลตนม (Milk Chocolate) ช็อกโกแลตไม่ใส่นม (Dark Chocolate) และช็อกโกแลตขาว (White Chocolate) ซึ่งประกอบด้วยสารอาหาร 5 ชนิด คือ น้ำตาล, ไขมันโกโก้, Milk solid, Cocoa mass และ Lecithin / Vanillin โดยส่วนประกอบแตกต่างกันไปตามสัดส่วนของช็อกโกแลตทั้งสามนั้น




ช็อกโกแลตมีข้อกล่าวหาและมีความเชื่อผิดๆ ที่ว่า เป็นบ่อเกิดแห่งสิว เพราะจริงๆ แล้ว การเกิดสิวนั้นไม่มีผลมาจากรับประทานอาหารชนิดใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนข้อกล่าวหาทีว่า ช็อกโกแลตมีคาเฟอีนนั้น ความจริงมีอยู่เพียงเล็กน้อย โดยอัตราส่วนช็อกโกแลต 1.4 ออนซ์ จะมีคาเฟอีนอยู่เพียง 6 มก. ซึ่ง เท่ากับจำนวนของคาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟแบบดีแคฟ และสำหรับ ไวท์ช็อกโกแลตไม่มีคาเฟอีนอยู่เลย โดยรวมๆ แล้วช็อกโกแลตสามารถเรียกได้ว่า เป็นอาหารเพื่อสุขภาพอย่างดีทีเดียว เพราะในต่างประเทศ ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าสารประกอบในช็อกโกแลตมีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิด มะเร็งและลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ เนื่องจากในตัวช็อกโกแลตมีสารชื่อว่า ฟีโนลิกอยู่ในปริมาณสูงฟีโนลิกเป็นสารซึ่งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและป้องกัน การก่อตัวของไขมันในเส้นเลือด ที่สำคัญยังช่วยชะลอความแก่ด้วย นอกจากนั้นช็อกโกแลตสามารถช่วยกระตุ้นอารมณ์ต่อมรักได้เพราะช็อกโกแลตมีสารกระตุ้นที่มีผลต่อ หัวใจและระบบประสาท เมื่อ รับประทานช็อกโกแลตหัวใจจะเต้นแรงขึ้น รู้สึกคึกคักอยากจะกระโดดโลดเต้น อีกทั้งเคยมีคนพูดว่า อารมณ์ตอนทานช็อกโกแลตนั้น เหมือนอารมณ์ตอนตกหลุมรักเพราะร่างกายจะหลั่งสารชนิดเดียวกันออกมา มีข้อแตกต่าง ตรงที่เราหาซื้อความรักไม่ได้ แต่เราสามารถหาซื้อช็อกโกแลตได้





ประโยชน์อื่นๆ ของช็อกโกแลต เช่น ช่วยปรับอารมณ์และจิตใจ ให้เข้าสู่สภาวะปกติ เหมาะมากสำหรับผู้หญิงวัยทองที่เลือดจะไป ลมจะมาทั้งหลาย ฉะนั้นช็อกโกแลตจึงถือได้ว่าเป็นขนมหวานอันดับหนึ่งสำหรับผู้หญิงเลยทีเดียว ช่วยลดอาการปวดท้อง หงุดหงิด หน้าบวม ก่อนมีประจำเดือน ช่วยแก้อาการเมาค้าง ป้องกันการเกิดมะเร็ง เพราะได้พิสูจน์พบแล้วว่า สารที่พบในช็อกโกแลตเป็นสารที่พบในผักผลไม้ และไวน์แดง ช่วยลดอาการอักเสบเวลา เจ็บป่วยต่างๆ มีผลต่อสมองเพราะช่วยทำให้ตื่นตัว และยังช่วยให้กระฉับกระเฉงอีกด้วย ในมิลค์ช็อกโกแลตจำนวน 1.4 ออนซ์ จะประกอบด้วย โปรตีน 3 กรัม แคลเซียมร้อยละ 5 และธาตุเหล็กร้อยละ 15 โดยเฉพาะช็อกโกแลตที่ใส่ถั่วหรืออัลมอนด์ จะมีสารอาหารเหล่านี้มากขึ้นตามไปด้วย



สรุปว่าเมื่อรับประทานช็อกโกแลตไม่ต้องกลัวสิว ไม่ต้องกลัวอ้วนกันอีกต่อไปแล้ว ขอ แค่บริโภคอย่างพอดี และ ตระหนักไว้เสมอว่าช็อกโกแลตอุดมไปด้วยไขมันและน้ำตาล ซึ่งถ้าร่างกายได้รับมากเกินไป จะเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ควรดูแล สุขภาพของตัวท่านเองให้ดี อย่าตามใจปากมากนัก เพราะการรับประทานอาหารอะไรก็ตามปริมาณมากเกินไป ก็ล้วนแต่ทำให้เกิดปัญหาได้ด้วยกันทั้งสิ้น ดังที่พระพุทธเจ้า ได้ตรัสไว้ว่า ทุกอย่างต้องเดินทางสายกลางไม่มากหรือน้อยเกินไป ท่านผู้อ่านคิดว่าจริงไหม

Read More

แอปเปิ้ลไซเดอร์ สูตรลับความสวยของคนรักสุขภาพ

พูดถึง "แอปเปิ้ล" หรือ "ราชาแห่งผลไม้" เป็นได้เรียกความสนใจจากสาวๆ กันได้ถ้วนหน้า ด้วยสรรพคุณมากมาย ทั้งให้วิตามินชนิดต่างๆ บำรุงผิวพรรณให้สดใสชุ่มชื่น และคุณสมบัติสำคัญที่สุด นั่นก็คือ การลดความอยากอาหาร แล้วยังช่วยเรื่องระบบของการย่อยอาหารได้ดีเยี่ยม นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เหล่าบรรดาผู้ผลิตอาหารเพื่อสุขภาพนำแอปเปิ้ลมาเป็นหนึ่งในส่วนผสมหลักตัวชูโรงช่วยรักษาสุขภาพ ซึ่งได้ผลดีและมีคุณค่าอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
บรรดาอาหารสุขภาพที่น่าสนใจ ก็คือ "แอปเปิ้ลไซเดอร์" หรือที่เราเรียกกันว่า น้ำส้มสายชูหมัก ที่เกิดจากการหมักแอปเปิ้ลสด ซึ่งปลูกโดยไม่มีการใช้สารเคมีเจือปนนำมาบด และปล่อยให้เกิดการหมักตัวในถังไม้ที่มีคุณภาพดี พอถึงอายุเหมาะสม น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล จะประกอบไปด้วยเส้นใยบางๆ ที่เรียกว่า มาเธอร์ (Mother) เห็นได้ชัดเมื่อยกขึ้นส่องกับแสง

...เส้นใยบางๆ ที่มีมาเธอร์อยู่ในแอปเปิ้ลไซเดอร์ คือส่วนที่มีสารอาหารมากที่สุด และดีต่อระบบย่อยอาหารอย่างมาก การผ่านความร้อนจะทำลายมาเธอร์ที่มีอยู่ในน้ำส้มสายชูหมัก สิ่งนี้จึงทำให้น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลนี้แตกต่างจากน้ำส้มสายชูทั่วไปในท้องตลาดที่ผ่านการกลั่นกรอง...
ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล อุดมด้วยแร่ธาตุอาหารต่างๆ เช่น โพแทสเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญของเซลล์ในร่างกาย ช่วยให้เซลล์มีความแข็งแรง และเป็นส่วนที่ช่วยให้เส้นเลือดแดงของมนุษย์มีความยืดหยุ่นได้ดี เบต้าแคโรทีน พบในแอปเปิ้ลไซเดอร์สามารถย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ง่าย ผลการวิจัยพบว่า การบริโภคอาหารที่มีเบต้าแคโรทีนสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง กรดอะซิติก สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก กรดนี้สารมารถดึงไขมันออกจากเซลล์ไปใช้เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานต่อไปได้ นอกจากนี้ยังมี ไฟเบอร์ ช่วยในการดึงคอเลสเตอรอลออกจากร่างกายได้เป็นอย่างดี และวิตามินต่างๆ อาทิ ซี บี1 บี2 และ เอ
ด้วยความเป็นผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อได้ง่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ อาทิ ดิ เอ็มโพเรี่ยม, ฟู้ดแลนด์, โกลเด้น เพลซ และวิลล่า ซูเปอร์มาร์เก็ตนั่นเอง จึงทำให้เป็นที่นิยมของผู้รักสุขภาพ สาวๆ ผู้รักสุขภาพความงามสามารถนำน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลมาใช้ได้สารพัดประโยชน์ เช่น ผสมเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ทำน้ำสลัด ปรุงอาหาร หรือ ใช้ทาผิวก็ได้ด้วย
อีกหนึ่งสูตร น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ปั่น ซึ่งทำได้ง่ายมาก ส่วนผสมก็มีแอปเปิ้ลแดงหั่นเป็นชิ้น 1 ถ้วย น้ำแอปเปิ้ล ? ถ้วย แอปเปิ้ลไซเดอร์วีนีก้า 2-3 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือสารให้ความหวาน 1 ซอง น้ำแข็งเล็กน้อย ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนละเอียด แก้วนี้อุดมไปด้วยโพแทสเซียม และไฟเบอร์
สำหรับสาวๆ และคนทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำคงจะตื่นตาตื่นใจไม่น้อยกับความเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ของอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งง่ายและสะดวกในการเลือกรับประทานขึ้นด้วย

Read More

เรื่องของ..มะเขือเทศ

มะเขือเทศสีสดใสสะดุดตา เห็นแล้วชวนรับประทานยิ่งนัก ทำเอาทั้งหลายท่านห้ามใจไม่อยู่ แต่ก็มีบางคนเหมือนกันที่เห็นเจ้ามะเขือเทศแล้วร้อง ?ยี้!!? ไม่ว่าจะมาในแบบสดๆ หรือผ่านการแปรรูปมาแล้วก็ตาม ดังนั้นมะเขือเทศจึงมักกลายเป็นแค่เครื่องประดับอาหารจานอร่อยไปโดยปริยาย
จะบอกให้นะคะว่า คุณกำลังบอกปัดสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพไปอย่างน่าเสียดายค่ะ เพราะมะเขือเทศนั้นไม่ใช่ว่าจะสวยแค่เปลือกนอกเท่านั้น แต่ภายในยังมีคุณค่ามากมาย ที่ทำให้มะเขือเทศเป็นราชินีแห่งผักและผลไม้ไม่แพ้กับผักชนิดอื่นเช่นกัน จะเรียกว่างามทั้งนอกและในก็คงไม่ผิด

การรับประทานมะเขือเทศเพียงวันละ 1-2 ลูกจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เป็นต้นว่า ช่วยต้านโรคความดันโลหิตสูง บำรุงดวงตา และสายตา บำบัดอาการปัสสาวะขัด บำรุงเหงือกและฟัน ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว เยียวยาโรคเลือดออกตามไรฟัน ต้านทานโรคภัยไข้เจ็บ คุ้มกันไม่ให้เป็นหวัดง่าย แก้ท้องผูก และบำรุงผิวพรรณ ของคุณด้วยค่ะ
ข้อดีประการสุดท้ายคงถูกใจสาวๆ ส่วนใหญ่ ฉะนั้น สาวใดที่อยากผิวสวยควรหันมารับประทานมะเขือเทศวันละ 1-2 ลูกเป็นประจำ เท่านี้ก็ไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอางราคาแพงให้เปลืองเงินเปลืองทองที่สำคัญมะเขือเทศนั้นราคาแสนถูก ถ้าจะต้องรับประทานเป็นประจำเพื่อผิวสวยและสุขภาพที่แข็งแรงก็ไม่น่าจะเดือดร้อนเงินในกระเป๋า จริงไหมคะ

Read More

ลูกชิ้น...ของชอบเลย

ก่อนรอเวลาอาหารมื้อใหญ่ต่อไป ลูกชิ้น หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ เครื่องเทศ เครื่องปรุงรส และวัตถุเจือปนอาหารอื่นๆ โดยนำมาบดผสมกันอย่างละเอียดจนรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วทำเป็นรูปร่างตามต้องการ ที่มีขนาดเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง แล้วนำมาลวกให้สุก แค่นี้ก็นำมารับประทานได้
บางคนนิยมบริโภคลูกชิ้นดิบๆ เพราะเข้าใจว่าผ่านการลวกในน้ำร้อน และสุกแล้วคงไม่มีเชื้อโรคปนเปื้อนแต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากในการผลิตอาหารแทบทุกชนิดหรือแม้แต่ลูกชิ้นนั้น หากใช้วัตถุดิบที่ไม่ได้คุณภาพ ไม่สะอาด หรือใช้อุปกรณ์เครื่องมือ และภาชนะบรรจุที่ไม่สะอาด อาจมีเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคปนเปื้อนได้

อีกทั้งหากลูกชิ้นเก็บรักษาหรือบรรจุในภาชนะ และขนส่งไม่ถูกสุขลักษณะแล้ว อาจมีเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคปนเปื้อนได้เช่นกัน แม้ว่าจะผ่านวิธีการลวกมาแล้วก็ตาม เชื้อจุลินทรีย์ที่ว่านี้ ได้แก่ สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส และซาลโมเนลลา เจ้าเชื้อทั้ง 2 ตัวนี้ แม้มีชื่อแตกต่างกัน แต่เป็นเชื้อที่เป็นสาเหตุการเกิดโรคอาหารเป็นพิษ
อาการของโรคทั่วไปคือ คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง ท้องเดิน ปวดท้อง หนาวสั่นและอ่อนเพลีย อาการอาจทุเลาภายใน 1-2 วัน แต่ถ้าเราไม่อยากให้ร่างกายได้รับความเจ็บปวด ก็ควรระวังในการเลือกรับประทานอาหาร หรือหากรับประทานไม่หมดก็ควรเก็บในตู้เย็น อย่าวางใจว่าเป็นอาหารที่นึ่งหรือทำให้สุกแล้วจะไม่มีเชื้อโรค ตารางด้านล่างนี้ ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า ควรเลือกรับประทานอาหารอย่างไร?เพราะมีตัวอย่างลูกชิ้นก่อนปิ้ง ที่สถาบันอาหารสุ่มตรวจ และพบว่า มีเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนอยู่ถึง 2 ตัวอย่าง
ขณะที่ลูกชิ้นที่ผ่านการปิ้งแล้ว ตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนอยู่บ้าง แต่ยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัย!!!

Read More

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552

5 เทคนิควิธีกินเพื่อเพิ่มการเผาผลาญ
1.กินบ่อย แต่แบ่งเป็นมื้อเล็กๆ
การกินอาหารวันละ 4-6 มื้อจะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ
ตลอดทั้งวันและลดน้ำหนักได้มากขึ้น คนที่ทิ้งช่วงการกินระหว่าง
มื้อต่อมื้อนานเกินไป ระบบเผาผลาญจะปรับตัวให้ทำงานช้าลง
เพื่อชดเชยกับการไม่ได้กิน แต่ถ้ากินมื้อใหญ่เกินไป ระบบเผา
ผลาญจะทำงานเสมือนว่าคุณกำลังอดอยาก จึงเก็บแคลอรี่ทั้งหมด
ไว้เพื่อสะสมเป็นเสบียงยามขาดแคลน


2.ห้ามอดมื้อเช้า
คนที่งดอาหารมื้อเช้าบ่อยๆจะอ้วนง่ายกว่าคนที่กินอาหารเช้า
เป็นประจำ ร่างกายคนเราต้องการพลังงานและสารอาหารเพื่อ
จะทำงานได้ทั้ง 24 ชั่วโมง ดังนั้นการอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง
จึงทำให้ร่างกายเข้าสู่ระบบสงวนพลังงานโดยการลดอัตราการ
เผาผลาญลง
อาหารเช้าที่มีคุณภาพได้แก่ ข้าวซ้อมมือ ขนมปังไข่ดาว เครื่องดื่ม
อาจจะเป็นนมจืดพร่องมันเนย หรือนมถั่วเหลืองจืด
3.เพิ่มอาหารโปรตีน
อาหารโปรตีนต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ในการ
ย่อยฉะนั้นอาหารว่างที่มีโปรตีนสูงจึงทำให้การเผาผลาญทำงาน
ได้ดีกว่า (เล็กน้อย) เมื่อเทียบกับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตสูง
4.เติมเครื่องเทศรสเผ็ด
มีงานวิจัยระบุว่าพริก หรืออาหารรสจัดสามารถเพิ่มระบบเผาผลาญ
ได้ 20% เป็นเวลาถึง 30นาที
5.ดื่มน้ำตลอดวัน
น้ำเป็นสารอาหารที่สำคัญอย่างหนึ่ง หากดื่มน้ำน้อยไป ระบบเผาผลาญ
จะลดลงเหมือนขาดอาหาร โดยถึงจะเก็บน้ำไว้แทนที่จะในหน้าที่อื่นๆ
เช่น เผาผลาญไขมัน

Read More

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552

ชาขาว เพื่อสาวงาม
ชาขาว เป็นชาที่หายากและมีราคาแพง กล่าวกันว่าในฤดูใบไม้ผลิ เมื่อยอดสีขาวเพิ่งจะผลิออกมาเฉพาะใบที่อ่อนที่สุด ที่ยังปกคลุมด้วยปุยขนอ่อนสีขาว จึงจะถูกเก็บมา โดยคัดเลือกเฉพาะยอดอ่อนๆ และเก็บในเวลา 2-3 วันสั้นๆ ด้วยมือเปล่าๆ และต้องใช้ยอดอ่อนถึง 80,000 ยอด ในการผลิตเป็นชากลิ่นหอมน้ำหนัก 1 ปอนด์ หลังจากนั้นใบชาจะถูกนำไปตากแห้งในแสงอาทิตย์ธรรมชาติอย่างง่าย ๆ

นอกจากรสชาติที่ดี และกลิ่นหอมชื่นใจแล้ว ชาขาวยังมีสรรพคุณ ช่วยขับของเสียจำพวกไขมันออกจากร่างกาย ช่วยขับปัสสาวะ กระตุ้นการทำงานของหัวใจ ขับไล่ความเหนื่อยอ่อน และสร้างความสดชื่น นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยระบุว่า ชาขาวมีสารแอนติออกซิแดนต์หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ในปริมาณสูงกว่าชาเขียวถึง 3 เท่า ช่วยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและไวรัส ป้องกันมะเร็ง ที่สำคัญยังช่วยชะลอความแก่ ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ จึงช่วยปกป้องผิวจากการเกิดรอยเหี่ยวย่น หย่อนยาน สีผิวที่กระดำกระด่าง และความแห้งหยาบกระด้างได้
ชาขาวจึงนับว่าเป็นสุดยอดปรารถนาแห่งความงามของหญิงสาวอย่างแท้จริง

Read More